อย่า อยู่ อย่าง อยาก 3วัน 2คืน ที่บ้านห้วยฮี้
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
หากต้องการหลบหนีจากความวุ่นวายในสังคมเมือง
หรือหาความสงบในชีวิต
หรือต้องการหาที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ
วันนี้เราจึงขอนำเสนอการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่เข้าไปสัมผัสถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชน หลีกหนีจากความวุ่นวายและความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวัน
>> การท่องเที่ยวโดยชุมชน
คือ การบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นหลัก เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปแลกเปลี่ยน และเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน
ที่ที่เราจะพาทุกคนไป คือ “บ้านห้วยฮี้”
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
ห้วยฮี้ : ห้วยแปลว่าลำธาร ฮี้ คือชื่อไม้ไผ่ชนิดหนึ่งคือไม้ฮี้ บ้านห้วยฮี้ก็คือตั้งชื่อตามความโดดเด่นที่มี คือมีลำธารไหลตัดผ่านหมู่บ้านและมีไม้ฮี้ที่พบได้ทั่วไปในป่าของหมู่บ้าน
บ้านห้วยฮี้ตั้งอยู่ที่ ต.ห้วยปูลิง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ต้องบอกก่อนว่าหมู่บ้านนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และไฟฟ้าก็กระจายไม่ทั่วหมู่บ้าน เป็นความท้าทายอย่างนึงที่ทำให้พวกเราตัดสินใจไปเที่ยวบ้านห้วยฮี้ ก่อนที่จะมาเที่ยวหมู่บ้านนี้ต้องติดต่อมายังหมู่บ้านก่อนว่าเราจะมาทำอะไร วันไหน แล้วเค้าจะคอนเฟิมมาอีกทีว่าเราสามารถไปได้หรือไม่ เพราะการท่องเที่ยวที่นี่เป็นการท่องเที่ยวที่ชุมชนบริหารจัดการเอง
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
>> มาออกเดินทางกันเถ๊อะะะ <<
ออกเดินทางจากหมอชิต 2 ช่วงเย็นถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอนช่วงสายๆ ของอีกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 16 ชั่วโมง


DAY1 “ตะบลึ๊” ห้วยฮี้
เมื่อเดินทางถึงสถานีขนส่ง ชาวบ้านจะมารับถึงสถานีและพาไปยังหมู่บ้าน โดยนั่งรถกระบะขึ้นไป

จากนั่งนิ่งๆ มานั่งแบบสั่นๆกันบ้าง
แวะชมวิวระหว่างทาง



เดินทางมาถึงหมู่บ้านแล้ว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง มีผู้ใหญ่บ้านที่นี่จะเรียกว่าพ่อหลวง ชาวบ้าน และเด็กๆ มาต้อนรับ ทุกคนจะพูดว่า “ตะบลึ๊” แปลว่า สวัสดี แล้วจับมือทักทาย น่ารักอบอุ่นมาก ชาวบ้านที่นี่เป็นชาวปกาเญอหรือกะเหรี่ยงที่นับถือศาสนาคริสต์กันทุกคน
หลังจากนั้นชาวบ้านที่ได้รับคิวในการดูแลนักท่องเที่ยวรอบนี้จะมาพาพวกเราไปยังบ้านพักโฮมสเตย์ หรือก็คือบ้านของชาวบ้านนั่นเอง ซึ่งบ้านหลังนึงจะรองรับนักท่องเที่ยวได้ 2 คนเท่านั้น พวกเรามากัน 4 คน เลยต้องแบ่งกันบ้านละ 2 คน พี่เจ้าของบ้านทริปนี้คือ ‘พี่มิลิ’ ใจดีมากก น่ารัก

บรรยากาศหมู่บ้านระหว่างเดินไปยังบ้านพัก สงบน่าอยู่มากๆ

ถึงบ้านพักแล้ว อยู่ชิวๆ ใต้ถุนเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ หลังบ้านเลี้ยงหมู
มาดูในบ้านกัน
บ้านหลังนี้มีไฟฟ้าแหละะ
กับข้าวมื้อแรก ข้าวเยอะมากก มีไข่เจียว ผัดไข่ยอดฟักทอง แกงจืดฟัก อาหารของหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นพืชไร่ต่างๆ ที่ชาวบ้านปลูกกัน รวมถึงข้าวด้วย ซึ่งแหล่งอาหารเหล่านี้อยู่ที่ไร่หมุนเวียน ชาวบ้านปลูกเองกินเองโดยที่ไม่ต้องไปซื้อ ความพอเพียงมีอยู่จริง ตอนนี้ที่ไร่กำลังปลูกข้าวอยู่ เหลืองอร่ามมากๆ


ช่วงที่ชาวบ้านทำไร่ เก็บเกี่ยว เวลาพักกินข้าวก็จะมาทำกับข้าวกินกันที่กระท่อมกลางไร่
DAY 2 ห้วยฮี้มีดอยปุย ถ้าอยากลุยก็ต้องมา
ออกเดินทางจากหมู่บ้านเวลาตีสี่ครึ่ง เพื่อเดินเท้าขึ้นยอดดอยปุย ยอดสุงที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2 ชั่วโมง

บอกได้เลยว่าขึ้นมาเหนื่อยแค่ไหน พอถึงยอดดอยปุ้บหายเหนื่อยไปเลย สวยมากกกกมากก อยากให้ทุกคนมาเห็นและสัมผัสบรรยากาศจริงๆ
และแล้วเราก็พบจุดที่มีสัญญาณโทรศัพท์ คือ บนยอดดอยปุยนี่เอง ถ้าอยากเล่นโทรศัพท์ก็ขึ้นมาเลย

พี่มิลิเจ้าของบ้านและผู้นำทางของพวกเราเอง
ดอยปุยที่เมื่อกี้เราขึ้นไป แทบจะกลิ้งลงมาได้
เดินทางต่อไปผาเพียงฟ้าเพื่อไปกินข้าวเช้ากัน



ข้าวห่อใบตองห๊อมหอม กินข้าวบนดอยกับอากาศฟินๆ มันดีอะ
//ป้ายตก//


สวรรค์บนดอยสุดๆ
ระหว่างทางเดินกลับหมู่บ้านจะผ่านป่าที่อุดมสมบูรณ์มากๆ มีป่ากล้วยไม้ด้วย แต่ช่วงนี้กล้วยไม้ยังไม่ออก พันธุ์กล้วยไม้ที่เด่นๆคือ รองเท้านารี และ มหาพรมราชินี

ตามต้นไม้จะพบกล้วยไม้ที่ชาวบ้านนำมาปลูก เป็นการคืนกล้วยไม้สู่ป่า เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ



ลูกก่อ เปลือกเป็นหนาม ข้างในเหมือนถั่วลิสงผสมแมคคาดาเมีย อันนี้คือพี่มิลิเก็บมาแล้วคั่วให้พวกเรากิน ใจดีอีกแล้วว อร่อย มีความมัน

ช่วงบ่ายว่างๆ ตั้งแก๊งกับเด็กๆที่นี่ซะเลย
น้องมายมินท์สอนทอผ้ากี่เอว เด็กผู้หญิงที่นี่สามารถทอผ้าได้ทุกคน
มือโปรต้องนี่เลย
ค่ำนี้พี่มิลิชวนนั่งกินน้ำชาและพูดคุยกับชาวบ้าน บรรยาศมืดๆ จุดไฟด้วยไม้สน หอมๆๆ
DAY3 Nice to meet you Huay-Hee
มื้อสุดท้ายแล้ว กับข้าวยังเยอะเหมือนเดิม
ก่อนกลับซึมซับบรรยากาศหมู่บ้านกันก่อน









ความประทับใจก่อนกลับ
สยามภิบาล หรือเปรียบเสมือนบาทหลวงในศาสนาคริสต์และชาวบ้านก็มาสวดมนต์อวยพรให้พวกเราเดินทางปลอดภัย น่ารักมากๆ ยินดีที่ได้รู้จักห้วยฮี้ที่สุด นอกจากวิถีชีวิตดั้งเดิม ธรรมชาติที่สวยงาม ก็มีคนที่นี่แหละที่ถือว่าเป็นของดีที่สุดในหมู่บ้านห้วยฮี้
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
สรุปค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
– ค่า รถทัวร์กรุงเทพ-แม่ฮ่องสอน ประมาณ 1,4xx บาท
– ค่า Homestay 100 บาท ต่อ คืน
– ค่า อาหาร มื้อละ 70 บาท
– ค่า มัคคุเทศก์ท้องถิ่น 150 ต่อ คน (ไป 4 คน ก็ 600 บาท)
– ค่า รถขึ้นหมู่บ้าน 1,500 บาท ต่อ เที่ยว (ไป-กลับ 3,000 บาท)
เบ็ดเสร็จแล้วทริปครั้งนี้ 4คน 3วัน 2คืน ตกคนละประมาณ 3000บาท
สามารถติดต่อได้ที่ เบอร์ 094-0761279 (คุณสุนทร ประธานการท่องเที่ยวโดยชุมชน)
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
ท้ายนี้ ก็อยากขอฝากบ้านห้วยฮี้ไว้ในใจทุกคนน
อยากให้ทุกคนได้ไปเที่ยวห้วยฮี้ดูสักครั้งง
ลองไปสัมผัสถึงวิถีชีวิตชาวบ้าน
ไปหาความสงบที่ไม่สามารถสัมผัสได้ในสังคมเมือง
หลีกหนีความวุ่นวาย และความน่าเบื่อในชีวิต
ไปเปิดมุมมองใหม่ๆ หาประสบการณ์ให้กับชีวิต
ลองดูมาเที่ยวดู แล้วคุณจะประทับใจ
– นักท่องเที่ยวมือใหม่ที่ประทับใจห้วยฮี้ –